| ประเภทอาวุธ | ยูนิตเวท |
| ความหายาก | ★★★★★★ |
คเยิร์ชมีหิมะตกอีกแล้ว วันนั้นไม่มีลมพัดเลย เกล็ดหิมะร่วงโรยลงสู่หลุมฝังศพ
"นี่มันจะหนาวเกินไปแล้ว" คนส่งสารที่ยืนอยู่ข้างๆ สถานที่หลับใหลคิด เขาตัวสั่นเทาและถือถ้วยชาร้อนๆ เอาไว้ในมือเอาไว้แน่น "ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงดู... ไม่สะทกสะท้านจากความเย็นเลยล่ะ?" เขาชำเลืองมองและเห็นยอดเขาปกคลุมไปด้วยสายหมอกที่มีแสงทองอร่ามส่องเล็ดลอดออกมา เขามองดูอย่างตั้งใจ มันคือยูนิตเวทที่นักสะสมนำมา และยังดูโบราณเก่าแก่มากด้วย
ผ่านมาแล้ว 7 ปีนับจากที่เขารับงานนี้มา จนเขาเองก็จำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าต้องเดินทางขึ้นเขามากี่ครั้งหรือส่งพัสดุมาแล้วกี่ชิ้น
พัสดุทุกชิ้นล้วนสำคัญ นักสะสมคอยบอกเขาแบบนั้นเสมอ ของทุกชิ้นคือมรดกตกทอดชิ้นสุดท้ายที่จำเป็นต้องส่งให้ถึงมือครอบครัวของผู้ล่วงลับ
ผู้ล่วงลับ โลกอันห่างไกลและหนาวเหน็บ มันเป็นคำที่นักสะสมใช้เรียกบรรดาผู้คนที่ถูกฝังอยู่ใต้ภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ แต่เมื่อเขาเดินทางเข้าสุสาน นักสะสมจะมีความตั้งอกตั้งใจมากจนน่าเหลือเชื่อ เขาจะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ล่วงลับราวกับว่าเขาเป็นคนที่รู้จักดวงวิญญาณผู้น่าสงสารพวกนั้นดีที่สุด
—ใต้กองหินที่มีริบบิ้นสีสันสดใสสามเส้นผูกอยู่ คือร่างของเด็กหนุ่มผู้กระตือรือร้น เปอร์โร เขาจากไปก่อนที่จะเดินทางไปถึงขั้วโลกเหนือ
—ใต้เนินหินสีดำทางตะวันออกเฉียงเหนือคือนักรบฟอร์เต้ฝีมือฉกาจ ผู้ที่ว่องไวราวกับสายลม ถึงแม้จะแบกสัมภาระที่หนักที่สุดอยู่ก็ตาม
—ส่วนกองก้อนกรวดสีเทาที่ริบบิ้นสีซีดจางหายไปหมดแล้ว คือที่พักพิงอันเย็นเยียบของ...
ใครกันนะ? คนส่งสารจำไม่ได้ บางที อาจมีแค่นักสะสมเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จดจำเรื่องราวของทุกคนได้
"ดูเหมือนตาเฒ่าคนนั้นจะรู้เรื่องทุกคนจริงๆ" คนส่งสารรำพึงกับตัวเอง แปลกจริงๆ เมื่อสิบปีก่อน ยังไม่มีหลุมฝังศพบางหลุมด้วยซ้ำ ตามประเพณีของคเยิร์ช หลุมฝังศพยิ่งเก่าก็จะเนินดินสูงขึ้น คนส่งสารเดาว่าเนินที่ใหญ่ที่สุดน่าจะมีอายุอย่างน้อยครึ่งศตวรรษมาแล้ว
บางที นักสะสมอาจเคยผ่านอะไรมามากกว่าการสำรวจขั้วโลก บางที เขาอาจมีเรื่องเล่าที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนก็ได้
"หนาวมากจริงๆ ขอโทษที่ปล่อยให้รอตรงนี้ตั้งนานนะ" จู่ๆ นักสะสมก็เดินเข้ามาและพูดขัดห้วงความคิดของคนส่งสาร
คนส่งสารรีบส่ายหัวและยื่นถ้วยใส่ชาที่ชงไว้ก่อนหน้านี้ให้กับเขา "ดื่มให้หายหนาวซักหน่อยสิครับ ท่าน วันนี้มีพัสดุอะไรต้องส่งงั้นเหรอ? ผมคงต้องรีบเอามันไปส่งเพราะช่วงบ่ายนี้น่าจะมีพายุหิมะ ทุกอย่างจะยิ่งยากขึ้นถ้ามันทำให้รถกระเช้าใช้งานไม่ได้"
"แค่เจ้านี่แหละ" นักสะสมหยิบยูนิตเวทที่ส่องแสงประกายออกมา "มันเป็นชิ้นสุดท้าย เธอเอามรดกตกทอดทุกชิ้นไปส่งจนหมดแล้ว ครั้งนี้จะเป็นการปืนเขาครั้งสุดท้ายของเธอแล้วล่ะ เอาเงินของทาลอสพวกนี้ไปสิ ออกไปจากที่ที่ธรรมชาติโหดร้ายแบบนี้ แล้วไปเปิดร้านอะไรซักอย่างแถวๆ ตีนเขาเถอะ"
คนส่งสารรับเงินปึกหนามา ในที่สุด งานที่ใช้เวลา 7 ปีก็จะสิ้นสุดลงซักที แต่ถึงยังงั้น ตลอดหลายปีที่ทำงานส่งของ เขาก็ยังไม่ได้รู้ชื่อของนักสะสม เขามาจากไหน หรือเขาตั้งใจจะไปที่ไหน
บางที นักสะสมอาจอ่านใจของคนส่งสารได้ระหว่างที่เขากำลังลังเล "เธอมีอะไรจะถามฉันงั้นเหรอ?"
"ใช่ครั้บ ท่าน ผมแค่สงสัยน่ะ ท่านเล่าเรื่องราวในอดีตมากมายให้ผมฟังมาตลอดหลายปี แต่มันก็เป็นเรื่องของคนอื่นทั้งนั้น แล้วตัวท่านล่ะครับ? ท่านเคยผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วน ท่านไม่มีเรื่องราวของตัวเองบ้างเลยเหรอ?"
นักสะสมนิ่งเงียบ
พายุหิมะมาถึงแนวเทือกเขาแล้ว ลมเริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผมสีเทาของเขาปลิวไสว มันพัดแรงมากจนคนส่งสารแทบมองไม่เห็นใบหน้าของนักสะสม
ช่วงเวลาแห่งความเงียบงันสิ้นสุดลงเมื่อคนส่งสารได้รับคำตอบของนักสะสม
"ฉันคิดว่าการสำรวจ... เป็นบทลงโทษที่ฉันหลอกตัวเอง"
หิมะยังคงโปรยปราย ผลึกน้ำแข็งปลิวไปมาช้าๆ จนตกลงบนหัวของคนเป็น และหลุมฝังศพของผู้ล่วงลับ
ตั๋วทอง ×2,200
แม่พิมพ์หล่อ ×5
คัลโคนิกซ์ ×3
ออโรนิกซ์ ×5
แม่พิมพ์หล่อหนัก ×20
อัมโบรนิกซ์ ×5
นาโนเฟลคสามเฟส ×16
หินอู่หลิง ×8
แก่นสาร